สำหรับท่านที่เพิ่งเริ่มต้นใช้งานระบบปฏิบัติการ WINDOWS 10 และยังไม่ได้กำหนดค่า การสลับภาษาไทย / ภาษาอังกฤษ ด้วยปุ่มตัวหนอน หรือ ปุ่ม Grave Accent สำหรับงานพิมพ์เอกสาร สามารถดูตัวอย่างขั้นตอนได้จากวิดีโอสาธิตด้านล่างครับ
26 พฤษภาคม 2559
การตั้งค่าสลับภาษาไทย - ภาษาอังกฤษ สำหรับ Windows 10
สำหรับท่านที่เพิ่งเริ่มต้นใช้งานระบบปฏิบัติการ WINDOWS 10 และยังไม่ได้กำหนดค่า การสลับภาษาไทย / ภาษาอังกฤษ ด้วยปุ่มตัวหนอน หรือ ปุ่ม Grave Accent สำหรับงานพิมพ์เอกสาร สามารถดูตัวอย่างขั้นตอนได้จากวิดีโอสาธิตด้านล่างครับ
25 พฤษภาคม 2559
การก็อปปี้ หรือ ย้ายตำแหน่งจัดเก็บเอกสารแบบกรองวันที่ ด้วยเครื่องมือ Robocopy (Command line tool)
หมายเหตุ ชุดคำสั่งที่ใช้ในการสาธิต การย้ายข้อมูลด้วย Robocopy แบบกรองวันที่ของข้อมูล หรือ เอกสาร แปะไว้ด้านล่างวิดีโอสาธิตครับ
30 มีนาคม 2559
วิธีกำหนดอีเมล์ Signatures สำหรับโปรแกรม Outlook 2013
ลำดับขั้นตอน
หลังจากเปิดโปรแกรม Outlook 2013 ขึ้นมาเรียบร้อย ให้ท่านคลิกแท็ป File ด้านซ้ายบนของโปรแกรม ตามด้วย Options ตามลำดับ
หน้าต่างถัดมา ภายใต้แท็ป E-mail Signatures ให้ท่านคลิกปุ่ม New
08 มีนาคม 2559
ขยายพื้นที่ไดร์ฟ C: ด้วยโปรแกรม EaseUS Partition Master 10.2 ฟรีดาวน์โหลด
| สำหรับท่าน System-Admin ที่ใช้งานระบบปฏิบัติการของ Microsoft Windows หากเคยพบปัญหา System drive หรือ Drive C: พื้นที่เหลือน้อย จนไม่สามารถติดตั้งเซอร์วิสแพ็ค , ติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม , อัพเดทโปรแกรมป้องกันไวรัสไม่ได้ หรือบางฟีเจอร์อาจไม่ทำงาานเนื่องจาก Free space ของไดร์ฟ C: เหลือน้อยกว่าความต้องการพื้นฐานที่ระบบกำหนดไว้ สำหรับพื้นที่คงเหลือที่เหมาะสมของ System drive หรือ Drive C: คือ 15 เปอร์เซนต์ของขนาดพาร์ติชั่นนั้น ๆ ครับ จากสถานะการณ์ข้างต้นนี้ บทความในวันนี้ เป็นเรื่อง การขยายพื้นที่ไดร์ฟ C: ด้วยโปรแกรม EaseUS Partition Master 10.2 Free Edition สำหรับคุณสมบัติอื่น ๆ ของโปรแกรมจะนำเสนอเป็นลำดับต่อไปครับ |
โปรแกรม EaseUS Partition Master 10.2 Free Edition เป็นโปรแกรมประเภท Disk Management Tool รองรับการทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10/8.1/8/7/Vista/XP สำหรับความสามารถอื่น ๆ ของโปรแกรม นอกจากการขยายพื้นที่ไดร์ฟ C: ยังมีความสามารถที่น่าสนใจ อีกมากมาย อาทิ Resize partition , Merge partition , Defragment , Backup & Restore partition , Change label , Hide partition , Wipe partition และ อื่น ๆ สำหรับท่านที่สนใจใช้งานโปรแกรมนี้ สามารถดาวน์โหลดได้จากลิงค์นี้ EaseUS Partition Master 10.2 Free Edition เวอร์ชั่นนี้เป็นฟรีแวร์ครับ |
หลังจากดาวน์โหลด โปรแกรมมาเรียบร้อยแล้ว ในขั้นตอนการติดตั้งจะมีออปชั่นให้ท่านเลือกระหว่าง Typical กับ Custom ส่วนตัวผู้เขียนนิยมเลือกแบบ Custom เพื่อจะได้เลือกติดตั้งเฉพาะฟีเจอร์ที่ต้องการใช้งาน แต่หากท่านนิยมแบบ Typical ในระหว่างการติดตั้งโปรแกรมจะติดตั้ง Plug-in ที่ใช้ร่วมกับโปรแกรม Web browser และฟีเจอร์เสริมอื่น ๆ มาให้โดยอัตโนมัติครับ |
เมื่อท่านดำเนินการมาจนถึงหน้าต่าง Completing… ให้คลิก Finish เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนของการติดตั้งโปรแกรมครับ |
เมื่อติดตั้งโปรแกรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ท่านดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน EaseUS Partition Master 10.2 ที่หน้าเดสท็อป เพื่อเริ่มต้นการใช้งาน |
หลังจากนั้นโปรแกรมจะเปิดหน้าต่าง EaseUS Partition Master Free Edition ขึ้นมาตามรูป ให้ท่านดับเบิ้ลคลิกอีกครั้งที่ ไอคอน EaseUS Partition Master Free เพื่อเข้าสู่หน้าต่าง สำหรับบริหาร จัดการ พาร์ติชั่นของฮาร์ดดิสครับ |
เมื่อท่านเข้ามาสู่หน้าต่างของโปรแกรมที่ใช้ในการบริหาร จัดการ พาร์ติชั่นของฮาร์ดดิส จะเห็นว่ามีเมนูต่าง ๆ ให้เลือกใช้หลายรายการ อาทิเช่น Merge patition , Convert to logical , Change label และ Defragment เป็นต้น ในตัวอย่างนี้เป็นการขยายพื้นที่ให้กับ System drive ให้ท่านคลิก เลือกที่ไดร์ฟ C: ตามด้วยการคลิกต่อที่เมนู Resize/Move partition ครับ |
ที่หน้าต่าง Resize/Move partition จะมีข้อมูล Partition Size คือขนาดของพาร์ติชั่นปัจจุบัน กับ Unallocated Spece After แสดงปริมาณพื้นที่ ๆ ท่านสามารถขยายให้กับไดร์ฟ C: ได้ โดยมีหน่วยเป็น MB ครับ วิธีการให้ท่านคลิกเมาท์-ซ้ายค้างที่วงกลมตามรูป แล้วลากไปทางด้านขวาของหน้าต่างโปรแกรม เพื่อให้โปรแกรมขยายพื้นที่ให้กับไดร์ฟ C:เมื่อเสร็จเรียบร้อย คลิกปุ่ม OK เพื่อยืนยันรายการครับ |
หลังจากคลิกที่ปุ่ม OK ในขั้นตอนก่อนหน้านี้ โปรแกรมจะแสดงหน้าต่างสำหรับบริหารจัดการ ฮาร์ดดิส พาร์ติชั่นอีกครั้ง ให้ท่านคลิกที่ปุ่ม Apply เพื่อให้โปรแกรมดำเนินขั้นตอนของการขยายพื้นที่ไดร์ฟ C: ตามที่ท่านได้กำหนดขนาดไว้ สำหรับเมนูอื่น ๆ ของโปรแกรม EaseUS Partition Master 10.2 Free Edition จะนำเสนอเป็นลำดับต่อไปนะครับ สวัสดีครับ |
03 ธันวาคม 2558
แก้ปัญหา Windows 8.1 / Windows 7 รีสตาร์ทอัตโนมัติ ในระหว่างขั้นตอน Windows update
| สำหรับท่านที่ประสบปัญหาระบบปฏิบัติการ Windows 8.1 หรือ Windows 7 มักจะ Automatic restart ในระหว่างขั้นตอน Windows update วันนี้ BBTECH นำเสนอวิธีการแก้ปัญหาตามขั้นตอนด้านล่างครับ |
| ลำดับแรก ให้ท่านค้นหาเครื่องมือ GPEDIT.MSC ตามตัวอย่างด้านล่าง หลังจากนั้นให้ดับเบิ้ลคลิกเพื่อเข้าไปกำหนดค่าป้องกันการ Automatic restart ในระหว่างขั้นตอน Windows update |
| ต่อมา ภายใต้หน้าต่างโปรแกรม Local Group Policy Editor ให้ท่านคลิกเข้าไปยัง Computer Configuration – Administrative Templates – Windows Components – Windows Update ตามลำดับ ตามด้วยการดับเบิ้ลคลิกที่หัวข้อ “No auto-restart with logged on users for scheduled automatic updates installations” |
| ภายใต้หน้าต่างการกำหนดค่า ให้ท่านคลิกเลือก Enabled ตามด้วยการคลิกที่ปุ่ม OK เพื่อยืนยันการตั้งค่าของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็นอันเสร็จครับ หลังจากนี้เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ โน้ตบุ๊ค ของท่านจะไม่ Automatic restart ในระหว่างขั้นตอน Windows update อีก เปลี่ยนเป็น Manual restart ด้วยตัวท่านเอง ช่วยให้การใช้งานเทคโนโลยีราบรื่นขึ้นครับ |
| เสร็จแล้วครับ |
01 ธันวาคม 2558
Hyper-V วิธีย้ายตำแหน่งจัดเก็บข้อมูลของ Virtual machine อาทิ Virtual machine settings , Virtual hard disk หรือ Checkpoint file locationไปยังไดร์ฟใหม่
10 กรกฎาคม 2558
วิธีกำหนด Default Download Location สำหรับ Internet Explorer 11
| Internet Explorer เป็นโปรแกรมประเภท Web Browser ทำหน้าที่สืบค้นข้อมูล,ทำธุรกรรมออนไลน์,แชร์ข้อมูล,เช็คอีเมล์,ดาน์วโหลดข้อมูล และอื่น ๆ อีกหลากหลายบริการครับ โดยปกติแล้วเวลาที่ท่านดาน์วโหลดข้อมูลจากเว็บไซต์ ผ่านโปรแกรม Internet Explorer ข้อมูลจะถูกบันทึกที่ Default Download Location ภายใต้โฟลเดอร์ System Drive:\Users\UserName\Downloads ครับ หากท่านใดต้องการเปลี่ยนตำแหน่งจัดเก็บข้อมูลนี้ ไปที่ไดร์ฟ หรือ โฟลเดอร์อื่น เพื่อให้ค้นหาข้อมูลได้ง่ายขึ้น หรือ อาจต้องการจัดเก็บข้อมูลการดาน์วโหลด ไปยังไดร์ฟที่มีขนาดพื้นที่การจัดเก็บมากกว่าเดิม สามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอนข้างล่างนี้ครับ | |||
| ลำดับแรก ให้ท่านคลิกที่รูป ฟันเฟือง ที่มุมด้านขวาของโปรแกรม Internet Explorer 11 ตามด้วยการคลิกที่เมนู View dowloads หรือใช้ Keyboard shortcut : Ctrl + J ก็จะได้ผลลัพธ์เช่นเดียวกัน | |||
| ที่หน้าต่าง View Downloads – Internet Explorer ให้ท่านคลิกที่ Options ที่มุมด้านล่างซ้ายครับ | |||
| หน้าต่างต่อมา ให้ท่านคลิกที่ Browse… ตามรูป | |||
| ในตัวอย่างนี้กำหนดโฟลเดอร์สำหรับเก็บไฟล์ดาน์วโหลดไว้ที่ D:\WebDownload เสร็จแล้วคลิกปุ่ม Select Folder | |||
| กลับมาที่หน้าต่าง Download Options อีกครั้ง ให้ท่านคลิกที่ปุ่ม OK เป็นอันเสร็จครับ | |||
| หลังจากนี้ ข้อมูลที่ท่านดาน์วโหลดจากเว็บไซต์ จะถูกบันทึกไว้ที่โฟลเดอร์ D:\WebDownload โดยอัตโนมัติ | |||
|
03 มิถุนายน 2558
แนะนำวิธีการตรวจสอบความพร้อมของระบบ ก่อนติดตั้งโปรแกรม Microsoft Outlook 2013
| Microsoft Outlook เป็นโปรแกรมประเภท Personal Information Management ทำหน้าที่ บันทึกตารางนัดหมาย, จัดตารางการทำงาน, บันทึกรายการผู้ติดต่อ, นัดประชุม, แจ้งเตือน, ค้นหาข้อมูล, รับ-ส่งจดหมาย และในช่วงหลัง ๆ มีการเพิ่มความสามารถด้านความปลอดภัย เข้ามาด้วยเพื่อป้องกันการติดไวรัสจากการรับจดหมาย หรือ คลิกลิงค์ในอีเมล์ครับ ปัจจุบันโปรแกรมนี้เป็นหนึ่งในฟีเจอร์สำคัญของ Microsoft Office หรือหากท่านต้องการจะซื้อแยกต่างหากก็สามารถทำได้ สำหรับเวอร์ชั่นปัจจุบันคือ Microsoft Outlook 2013 | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| สำหรับท่านใด กำลังวางแผนจะอัพเกรดโปรแกรมรับส่งอีเมล์ จาก Outlook 2007, Outlook 2010 เป็น Outlook 2013 วันนี้ BBTECH ขออนุญาตแนะนำในส่วนของ สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนติดตั้ง และ ขั้นตอนการติดตั้ง Outlook 2013 ดังนี้ครับ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ลำดับแรก ตรวจสอบเวอร์ชั่นของระบบปฏิบัติการ สำหรับเวอร์ชั่นของระบบปฏิบัติการที่รองรับการติดตั้งโปรแกรม Outlook 2013 มีดังต่อไปนี้ครับ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| วิธีการตรวจสอบเวอร์ชั่นของระบบปฏิบัติการ คลิก-ขวา My Computer เลือก Properties ตัวอย่างด้านล่างนี้เป็น Windows 8.1 (64-bit) ครับ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ลำดับที่สอง ตรวจสอบเวอร์ชั่นของระบบเมล์ Exchange สำหรับเวอร์ชั่นที่รองรับการทำงานร่วมกับโปรแกรม Outlook 2013 มีดังนี้ครับ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| วิธีการตรวจสอบเวอร์ชั่นของระบบเมล์ Exchange ให้ท่านกดปุ่ม Ctrl บนแป้นคีย์บอร์ดค้างไว้+คลิกซ้ายที่ไอคอนของโปรแกรม Outlook เวอร์ชั่นปัจจุบันของท่านเอง เสร็จแล้วให้คลิกซ้ายอีกครั้งที่เมนู Connection Status… | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| หลังจากนั้นจะมีหน้าต่างโปรแกรม Microsoft Exchange Connection Status แสดงขึ้นมาดังรูปด้านล่าง ให้ท่านเลื่อนไปยังฟิวด์ที่มีชื่อว่า Version ในตัวอย่างนี้หมายเลข Version number ของระบบเมล์ Exchange = 8.3.192.1 | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| เสร็จแล้วให้นำตัวเลข Version number มาตรวจสอบกับตารางข้อมูล Microsoft Exchange Server Version ด้านล่างนี้ ในตัวอย่างนี้เวอร์ชั่นของระบบเมล์ Exchange คือ Microsoft Exchange Server 2007 SP3 ซึ่งสามารถทำงานร่วมกับโปรแกรม Outlook 2013 ได้ครับ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ลำดับที่สาม ถอนการติดตั้งโปรแกรม Outlook เวอร์ชั่นเก่าก่อนติดตั้ง Outlook 2013 ด้วยเหตุผลสำคัญที่ว่าบนระบบปฏิบัติการหนึ่งระบบ สามารถรองรับโปรแกรม Outlook ได้เพียงเวอร์ชั่นเดียวเท่านั้น ไม่สามารถรันโปรแกรม Outlook สองเวอร์ชั่นบนคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกันได้ครับ สำหรับวิธีถอนการติดตั้งนั้น ยกตัวอย่างกรณีดังนี้ครับ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| กรณีที่ 1 ถอนการติดตั้งเฉพาะโปรแกรม Outlook เวอร์ชั่นเก่าเท่านั้น ให้ท่านเปิดหน้าต่าง Control Panel - Programs and Features - คลิกเลือกโปรแกรม MS-Office เวอร์ชั่นที่ท่านใช้งาน – เลือก Change – เลือก Add or Remove Features เพื่อเลือกถอนการติดตั้งเฉพาะโปรแกรม Outlook เวอร์ชั่นเก่า กรณีนี้นิยมนำมาใช้งานเมื่อท่านต้องการอัพเกรดเฉพาะโปรแกรม Outlook ส่วนโปรแกรมอื่น ๆ เช่น Word , Excel , PowerPoint และ OneNote ยังคงต้องการใช้เวอร์ชั่นเดิม | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| กรณีที่ 2 ถอนการติดตั้งโปรแกรม MS-Office ทั้งเวอร์ชั่น กรณีนี้แนะนำว่าหากท่านไม่มีความจำเป็นต้องใช้โปรแกรม MS-Office เวอร์ชั่นเก่าแล้วให้ท่านถอนการติดตั้งโปรแกรมออกแบบ Complete uninstall วิธีการ ที่หน้าต่าง Programs and Features ให้ท่านเลือกโปรแกรม MS-Office เวอร์ชั่นเก่า เสร็จแล้วเลือก Uninstall ระบบก็จะทำการถอนการติดตั้งทุก Features ของ MS-Office ให้โดยอัตโนมัติ รวมถึงโปรแกรม Outlook ด้วย ลักษณะนี้นอกจากโปรแกรม Outlook แล้ว โปรแกรมอื่น ๆ เช่น Word , Excel , PowerPoint และ OneNote ยังอัพเกรดเป็นเวอร์ชั่น 2013 อีกด้วย | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ลำดับที่ 4 การติดตั้ง Outlook 2013 | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| จากขั้นตอนต่าง ๆ ที่ผ่านมาในข้างต้น ถึงตอนนี้ในส่วนของการเตรียมความพร้อมก่อนติดตั้งโปรแกรม Outlook 2013 เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ. สำหรับในหัวข้อนี้เป็นเรื่องของการติดตั้ง Outlook 2013 ประเด็นที่อยากให้ท่านตัดสินใจก่อนคือ ท่านจะเลือกใช้ Outlook 2013 แบบ 32 Bit หรือ 64 Bit แบบไหนควรเลือกใช้มากกว่ากัน สำหรับบทความนี้แนะนำให้ท่านเลือก Outlook 2013 แบบ 32 Bit เนื่องจากสามารถรองรับการติดตั้งบนระบบปฏิบัติการได้ทั้งแบบ 32 Bit และ 64 Bit อีกประเด็นคือ Outlook 2013,64 Bit มักมีปัญหาในการใช้งานร่วมกับ Add-ins แบบ 32 Bit ครับ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ลำดับสุดท้าย เปิดโปรแกรม Outlook 2013 หลังติดตั้งเสร็จเรียบร้อย | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| การเปิดโปรแกรม Outlook 2013 ในครั้งแรก จะใช้เวลาค่อนข้างนาน เนื่องจากในกระบวนการของการเปิดโปรแกรมครั้งแรกนั้น โปรแกรมจะตรวจสอบค่า Setting และออปชั่นต่าง ๆ ของโปรแกรม Outlook เวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ว่าได้กำหนดค่าใดไว้บ้าง เมื่อตรวจสอบเรียบร้อย ก็จะ Migrate ค่าต่าง ๆ เหล่านั้นมาใช้งานบน Outlook 2013 ด้วย ขั้นตอนนี้มีประโยชน์ ช่วยให้ไม่ต้องกำหนดค่า Setting และ ออปชั่นต่าง ๆ ใหม่ตั้งแต่ต้นครับ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| เมื่อมาถึงจุดนี้ เชื่อว่าโปรแกรม Outlook 2013 พร้อมใช้งานเรียบร้อยครับ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| สวัสดีครับ |













