แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ MICROSOFT แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ MICROSOFT แสดงบทความทั้งหมด

26 พฤษภาคม 2559

การตั้งค่าสลับภาษาไทย - ภาษาอังกฤษ สำหรับ Windows 10

,

สำหรับท่านที่เพิ่งเริ่มต้นใช้งานระบบปฏิบัติการ WINDOWS 10 และยังไม่ได้กำหนดค่า การสลับภาษาไทย / ภาษาอังกฤษ ด้วยปุ่มตัวหนอน หรือ ปุ่ม Grave Accent สำหรับงานพิมพ์เอกสาร  สามารถดูตัวอย่างขั้นตอนได้จากวิดีโอสาธิตด้านล่างครับ



วิดีโอสาธิต "การตั้งค่าสลับภาษาไทย - ภาษาอังกฤษ สำหรับ Windows 10"






Read more

25 พฤษภาคม 2559

การก็อปปี้ หรือ ย้ายตำแหน่งจัดเก็บเอกสารแบบกรองวันที่ ด้วยเครื่องมือ Robocopy (Command line tool)

,
สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้ลองใช้วิดีโอสาธิต "วิธีการย้ายข้อมูลแบบกรองวันที่เอกสาร ด้วยเครื่องมือ Robocopy" ข้อดีของวิธีการแบบนี้คือ หากภายในโฟลเดอร์ของท่านมีจำนวนข้อมูลมาก แบบเก็บมาแล้วหลายปี อาจประมาณ 5-10 ปี บางครั้งเวลาจะย้ายข้อมูลไปเก็บยัง ไดร์ฟอื่น หรือ ไฟล์แชร์เครื่องใหม่ ท่านอาจต้องการย้ายไปเฉพาะข้อมูลชุดใหม่ ๆ หรือย้ายไปเฉพาะข้อมูลส่วนที่ยังคงใช้งานในปัจจุบันแทนการย้ายข้อมูลไปแบบ 100% แบบหลังนี้ใช้เวลานาน และสิ้นเปลื่องเนื้อที่ในการจัดเก็บข้อมูลครับ ส่วนไฟล์เก่าทั้งหลาย ท่านอาจเก็บไว้บนเครื่องเดิมก่อนรอตัดสินใจลบ หรือ บีบอัดข้อมูลให้มีขนาดเล็กลง อันนี้ตามท่านเห็นสมควรครับ  สำหรับขั้นตอนดำเนินการตามวิดีโอสาธิตด้านล่างนะครับ เสียงอาจจะเบาไปนิด รบกวนท่านปรับความดังของเสียงเพิ่มขึ้นประมาณ 70% - 80% จะช่วยให้ได้ยินชัดขึ้นครับ และ อาจพูดช้าไปหน่อยเนื่องจากเป็นมือใหม่หัดอัดวีดีโอลงยูทูป ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้าด้วยครับ




หมายเหตุ ชุดคำสั่งที่ใช้ในการสาธิต การย้ายข้อมูลด้วย Robocopy แบบกรองวันที่ของข้อมูล หรือ เอกสาร แปะไว้ด้านล่างวิดีโอสาธิตครับ


           
Read more

30 มีนาคม 2559

วิธีกำหนดอีเมล์ Signatures สำหรับโปรแกรม Outlook 2013

,
ประโยชน์ของอีเมล์ Signature โดยปกติใช้อ้างอิง ชื่อ , ที่อยู่ , เบอร์โทร , เว็บไซต์ , ไลน์ไอดี เพื่อความสะดวกในการติดต่อสื่อสารในอนาคต สำหรับองค์กร หรือ บริษัท ห้างร้าน นิยมใช้เป็นพื้นที่โปรโมทสินค้า หรือ โปรโมชั่นต่าง ๆ เป็นวิธีการกระตุ้นยอดขายอีกหนึ่งช่องทาง สำหรับท่านที่ปัจจุบันใช้งานโปรแกรม Outlook 2013 อยู่ในขณะนี้ หากต้องการกำหนด หรือ อัพเดทข้อมูลของอีเมล์ Signature วันนี้ BBTech แสดงตัวอย่างให้ดูตามด้านล่างนี้ครับ



ลำดับขั้นตอน


หลังจากเปิดโปรแกรม Outlook 2013 ขึ้นมาเรียบร้อย ให้ท่านคลิกแท็ป File ด้านซ้ายบนของโปรแกรม ตามด้วย Options ตามลำดับ


ต่อมา ภายใต้หน้าต่าง Outlook Options ให้ท่านคลิกต่อที่ Mail และ Signatures… ตามรูป


หน้าต่างถัดมา ภายใต้แท็ป E-mail Signatures ให้ท่านคลิกปุ่ม New


โปรแกรมจะให้ท่านกำหนดชื่อให้กับอีเมล์ Signature ในตัวอย่างนี้กำหนดเป็น My Signature เสร็จแล้วคลิกปุ่ม OK


ขั้นตอนต่อมาให้ท่านป้อน ชื่อ , ที่อยู่ , เบอร์โทร , เว็บไซต์ , ไลน์ไอดี หรือ โปรโมชั่นสินค้า ในพื้นที่ของ Text area ตามรูป เสร็จแล้วคลิกปุ่ม Save เพื่อบันทึกข้อความ


หากท่านต้องการกำหนดฟอร์น , ปรับขนาดข้อความ , สีข้อความ , แทรกรูปภาพ หรือ แทรกลิงค์ ท่านสามารถใช้ Tools bar ภายใต้หัวข้อ Edit signature ดำเนินการในจุดนี้ได้ครับ


ลำดับสุดท้าย ภายใต้หัวข้อ Choose default signature ให้ท่านใช้ปุ่มลูกศรฝั่งขวามือ เลือก My Signature ให้กับ New messages และ Replies/forwards  ตามรูป ความหมายคือ ให้โปรแกรมแนบ Signature นี้ ไปกับจดหมาย ทั้งกรณี ส่งจดหมาย , ตอบกลับจดหมาย หรือ ส่งต่อ จดหมาย ท้ายที่สุดให้ท่านคลิกปุ่ม OK ออกมาเรื่อย ๆ เพื่อเป็นการยืนยัน การกำหนดค่าอีเมล์ Signature ของ Outlook 2013 ครับ


ตัวอย่างผลลัพธ์ ทุกครั้งที่ท่าน ส่งจดหมาย , ตอบกลับจดหมาย หรือ ส่งต่อจดหมาย จะมีอีเมล์ Signature แนบท้ายข้อความ ของจดหมายนั้น ๆ ให้โดยอัตโนมัติ  หวังเป็นอย่างยิ่ง ข้อมูลนี้ จะมีประโยชน์บ้าง ไม่มาก ก็น้อย   ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม BBTech มาโดยตลอด สวัสดีครับ






Read more

08 มีนาคม 2559

ขยายพื้นที่ไดร์ฟ C: ด้วยโปรแกรม EaseUS Partition Master 10.2 ฟรีดาวน์โหลด

,
สำหรับท่าน System-Admin ที่ใช้งานระบบปฏิบัติการของ Microsoft Windows หากเคยพบปัญหา System drive หรือ Drive C: พื้นที่เหลือน้อย จนไม่สามารถติดตั้งเซอร์วิสแพ็ค , ติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม , อัพเดทโปรแกรมป้องกันไวรัสไม่ได้ หรือบางฟีเจอร์อาจไม่ทำงาานเนื่องจาก Free space ของไดร์ฟ C: เหลือน้อยกว่าความต้องการพื้นฐานที่ระบบกำหนดไว้ สำหรับพื้นที่คงเหลือที่เหมาะสมของ System drive หรือ Drive C: คือ 15 เปอร์เซนต์ของขนาดพาร์ติชั่นนั้น ๆ ครับ จากสถานะการณ์ข้างต้นนี้ บทความในวันนี้ เป็นเรื่อง การขยายพื้นที่ไดร์ฟ C: ด้วยโปรแกรม EaseUS Partition Master 10.2 Free Edition สำหรับคุณสมบัติอื่น ๆ ของโปรแกรมจะนำเสนอเป็นลำดับต่อไปครับ

โปรแกรม EaseUS Partition Master 10.2 Free Edition เป็นโปรแกรมประเภท Disk Management Tool รองรับการทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10/8.1/8/7/Vista/XP สำหรับความสามารถอื่น ๆ ของโปรแกรม นอกจากการขยายพื้นที่ไดร์ฟ C: ยังมีความสามารถที่น่าสนใจ อีกมากมาย อาทิ Resize partition , Merge partition , Defragment , Backup & Restore partition , Change label , Hide partition , Wipe partition และ อื่น ๆ สำหรับท่านที่สนใจใช้งานโปรแกรมนี้ สามารถดาวน์โหลดได้จากลิงค์นี้ EaseUS Partition Master 10.2 Free Edition เวอร์ชั่นนี้เป็นฟรีแวร์ครับ
Shink or Extend Drive C-1

หลังจากดาวน์โหลด โปรแกรมมาเรียบร้อยแล้ว ในขั้นตอนการติดตั้งจะมีออปชั่นให้ท่านเลือกระหว่าง Typical กับ Custom ส่วนตัวผู้เขียนนิยมเลือกแบบ Custom เพื่อจะได้เลือกติดตั้งเฉพาะฟีเจอร์ที่ต้องการใช้งาน แต่หากท่านนิยมแบบ Typical ในระหว่างการติดตั้งโปรแกรมจะติดตั้ง Plug-in ที่ใช้ร่วมกับโปรแกรม Web browser และฟีเจอร์เสริมอื่น ๆ  มาให้โดยอัตโนมัติครับ
Shink or Extend Drive C-2

เมื่อท่านดำเนินการมาจนถึงหน้าต่าง Completing… ให้คลิก Finish เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนของการติดตั้งโปรแกรมครับ Shink or Extend Drive C-3

เมื่อติดตั้งโปรแกรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ท่านดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน EaseUS Partition Master 10.2 ที่หน้าเดสท็อป เพื่อเริ่มต้นการใช้งาน
Shink or Extend Drive C-4

หลังจากนั้นโปรแกรมจะเปิดหน้าต่าง EaseUS Partition Master Free Edition ขึ้นมาตามรูป ให้ท่านดับเบิ้ลคลิกอีกครั้งที่ ไอคอน EaseUS Partition Master Free เพื่อเข้าสู่หน้าต่าง สำหรับบริหาร จัดการ พาร์ติชั่นของฮาร์ดดิสครับ
Shink or Extend Drive C-5

เมื่อท่านเข้ามาสู่หน้าต่างของโปรแกรมที่ใช้ในการบริหาร จัดการ พาร์ติชั่นของฮาร์ดดิส จะเห็นว่ามีเมนูต่าง ๆ ให้เลือกใช้หลายรายการ อาทิเช่น Merge patition , Convert to logical , Change label และ Defragment เป็นต้น ในตัวอย่างนี้เป็นการขยายพื้นที่ให้กับ System drive ให้ท่านคลิก เลือกที่ไดร์ฟ C: ตามด้วยการคลิกต่อที่เมนู Resize/Move partition ครับ
Shink or Extend Drive C-6

ที่หน้าต่าง Resize/Move partition จะมีข้อมูล Partition Size คือขนาดของพาร์ติชั่นปัจจุบัน กับ Unallocated Spece After แสดงปริมาณพื้นที่ ๆ ท่านสามารถขยายให้กับไดร์ฟ C: ได้ โดยมีหน่วยเป็น MB ครับ  วิธีการให้ท่านคลิกเมาท์-ซ้ายค้างที่วงกลมตามรูป แล้วลากไปทางด้านขวาของหน้าต่างโปรแกรม เพื่อให้โปรแกรมขยายพื้นที่ให้กับไดร์ฟ C:เมื่อเสร็จเรียบร้อย คลิกปุ่ม OK เพื่อยืนยันรายการครับ
Shink or Extend Drive C-7

หลังจากคลิกที่ปุ่ม OK ในขั้นตอนก่อนหน้านี้ โปรแกรมจะแสดงหน้าต่างสำหรับบริหารจัดการ ฮาร์ดดิส พาร์ติชั่นอีกครั้ง ให้ท่านคลิกที่ปุ่ม Apply เพื่อให้โปรแกรมดำเนินขั้นตอนของการขยายพื้นที่ไดร์ฟ C: ตามที่ท่านได้กำหนดขนาดไว้ สำหรับเมนูอื่น ๆ ของโปรแกรม EaseUS Partition Master 10.2 Free Edition จะนำเสนอเป็นลำดับต่อไปนะครับ  สวัสดีครับ
Shink or Extend Drive C-8








Read more

03 ธันวาคม 2558

แก้ปัญหา Windows 8.1 / Windows 7 รีสตาร์ทอัตโนมัติ ในระหว่างขั้นตอน Windows update

,
สำหรับท่านที่ประสบปัญหาระบบปฏิบัติการ Windows 8.1 หรือ Windows 7 มักจะ Automatic restart ในระหว่างขั้นตอน Windows update วันนี้ BBTECH นำเสนอวิธีการแก้ปัญหาตามขั้นตอนด้านล่างครับ
Windows Update without force restart 00
ลำดับแรก ให้ท่านค้นหาเครื่องมือ GPEDIT.MSC ตามตัวอย่างด้านล่าง หลังจากนั้นให้ดับเบิ้ลคลิกเพื่อเข้าไปกำหนดค่าป้องกันการ Automatic restart ในระหว่างขั้นตอน Windows update 
Windows Update without force restart 01
ต่อมา ภายใต้หน้าต่างโปรแกรม Local Group Policy Editor ให้ท่านคลิกเข้าไปยัง Computer Configuration – Administrative Templates – Windows Components – Windows Update ตามลำดับ ตามด้วยการดับเบิ้ลคลิกที่หัวข้อ “No auto-restart with logged on users for scheduled automatic updates installations” 
Windows Update without force restart 02
ภายใต้หน้าต่างการกำหนดค่า ให้ท่านคลิกเลือก Enabled ตามด้วยการคลิกที่ปุ่ม OK เพื่อยืนยันการตั้งค่าของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็นอันเสร็จครับ หลังจากนี้เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ โน้ตบุ๊ค ของท่านจะไม่ Automatic restart ในระหว่างขั้นตอน Windows update อีก เปลี่ยนเป็น Manual restart ด้วยตัวท่านเอง ช่วยให้การใช้งานเทคโนโลยีราบรื่นขึ้นครับ 
Windows Update without force restart 03
เสร็จแล้วครับ
Read more

01 ธันวาคม 2558

Hyper-V วิธีย้ายตำแหน่งจัดเก็บข้อมูลของ Virtual machine อาทิ Virtual machine settings , Virtual hard disk หรือ Checkpoint file locationไปยังไดร์ฟใหม่

,
สวัสดีครับ ท่าน System admin หากปัจจุบันท่านใด ใช้งาน Hyper-V เป็นเครื่องมือสำหรับสร้างสภาพแวดล้อมการให้บริการระบบไอทีแบบ Virtual environment และกำลังประสบปัญหาพื้นที่สำหรับจัดเก็บข้อมูลของ Virtual machine อาทิ Virtual machine settings , Virtual Hard disk และ Checkpoint file location ใกล้เต็ม หรือ ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ Virtual machine ของท่าน ยกตัวอย่างเช่น หากปัจจุบัน Virtual machine ของท่านจัดเก็บอยู่บนไดร์ฟ RAID 5 หลังจากย้ายพื้นที่จัดเก็บข้อมูลไปยังไดร์ฟที่เป็น RAID 10 แบบนี้ ความเร็วในการอ่าน หรือ บันทึกข้อมูล ของ Virtual machine เครื่องนั้น ๆ ก็จะสูงขึ้น และ เสถียรภาพ(Stability)ของระบบก็จะดีขึ้นกว่าเดิม เป็นต้น  วันนี้ BBTECH ขอนำเสนอวิธี “ย้ายตำแหน่งจัดเก็บ Virtual machine ไปยังไดร์ฟใหม่” ตามด้านล่างนี้ครับ
 
ลำดับแรก ให้ท่าน คลิก-ขวา ที่ Virtual machine ที่ท่านต้องการย้ายพื้นที่จัดเก็บไปยังไดร์ฟใหม่ ตามด้วยการเลือกออปชั่น Move…. ตามรูป
Move location hyperv_Vertual_Machine_
ต่อมา ที่หน้าต่างดำเนินการของ Hyper-V ให้ท่านเลือกออปชั่น Move the virtual machine’s storage ตามด้วยการ คลิก Next >
Move location hyperv_Vertual_Machine_02
หน้าต่างต่อมา ให้ท่านเลือกออปชั่น Move all of the virtual machine’s data to a single location หากท่านต้องการย้ายข้อมูลของ Virtual machine อาทิ Virtual machine settings , Virtual hard disk หรือ Checkpoint file location ไปจัดเก็บบนไดร์ฟเดียวกัน ตามด้วยการคลิก Next >
Move location hyperv_Vertual_Machine_03
เพิ่มเติม
  • หากท่านต้องการจัดเก็บ Virtual machine settings , Virtual hard disk หรือ Checkpoint file location แบบแยกไดร์ฟ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ Virtual machine ของท่าน แนะนำท่านเลือกออปชั่น Move the virtual machine’s data to different location
  • หรือหากท่านต้องการย้ายข้อมูลเฉพาะ Virtual hard disk แนะนำท่านใช้งานออปชั่น Move only the virtual machine’s virtual hard disks ครับ
ลำดับต่อมา ที่หน้าต่าง Choose a new location for virtual machine ให้ท่านเลือกตำแหน่งใหม่ สำหรับจัดเก็บข้อมูล Virtual machine ของท่าน ด้วยการคลิกที่ปุ่ม Browse.. เพื่อเลือกตำแหน่งจัดเก็บไปยังไดร์ฟใหม่ ที่ท่านจัดเตรียมไว้ ในตัวอย่างนี้เลือกเป็น D:\MIS_Workshop\Win7En_Test_Env เสร็จแล้ว คลิก Next >
Move location hyperv_Vertual_Machine_04
ต่อมา ที่หน้าต่าง Summary เป็นการสรุปรายการ ที่ท่านเพิ่งกำหนดค่าไว้ในขั้นตอนก่อนหน้านี้ หากท่านต้องการแก้ไขการกำหนดค่าให้คลิก < Previous หรือ คลิก Finish เพื่อให้โปรแกรมเริ่มดำเนินการ ย้าย Virtual machine ไปยังไดร์ฟใหม่
Move location hyperv_Vertual_Machine_05
หลังจากนั้น โปรแกรมจะแสดงความคืบหน้า หรือ สถานะการดำเนินการตามรูป ให้ท่านรอจนกว่าขั้นตอนนี้จะเสร็จสมบูรณ์
Move location hyperv_Vertual_Machine_06
ตรวจสอบผลลัพธ์ เมื่อโปรแกรมดำเนินการย้ายพื้นที่จัดเก็บเรียบร้อย ท่านจะเห็นว่าตำแหน่งจัดเก็บของ Virtual hard disk ถูกย้ายไปยังไดร์ฟใหม่เรียบร้อย
Move location hyperv_Vertual_Machine_07
และ ตำแหน่งจัดเก็บของ Checkpoint file location ถูกย้ายไปยังไดร์ฟใหม่เรียบร้อย เช่นกัน
Move location hyperv_Vertual_Machine_08
หมายเหตุ ตัวอย่างด้านบน ดำเนินการทดสอบด้วย Hyper-V บนระบบปฏิบัติการ Windows 8.1 Pro สำหรับท่านใด ปัจจุบันใช้ Hyper-V บนระบบปฏิบัติการ Server วิธีการ หรือ ลำดับขั้นตอน ก็จะคล้ายคลึงกัน ท่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันทีครับ
Read more

10 กรกฎาคม 2558

วิธีกำหนด Default Download Location สำหรับ Internet Explorer 11

,
Internet Explorer เป็นโปรแกรมประเภท Web Browser ทำหน้าที่สืบค้นข้อมูล,ทำธุรกรรมออนไลน์,แชร์ข้อมูล,เช็คอีเมล์,ดาน์วโหลดข้อมูล และอื่น ๆ อีกหลากหลายบริการครับ โดยปกติแล้วเวลาที่ท่านดาน์วโหลดข้อมูลจากเว็บไซต์ ผ่านโปรแกรม Internet Explorer ข้อมูลจะถูกบันทึกที่ Default Download Location ภายใต้โฟลเดอร์ System Drive:\Users\UserName\Downloads ครับ  หากท่านใดต้องการเปลี่ยนตำแหน่งจัดเก็บข้อมูลนี้ ไปที่ไดร์ฟ หรือ โฟลเดอร์อื่น เพื่อให้ค้นหาข้อมูลได้ง่ายขึ้น หรือ อาจต้องการจัดเก็บข้อมูลการดาน์วโหลด ไปยังไดร์ฟที่มีขนาดพื้นที่การจัดเก็บมากกว่าเดิม สามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอนข้างล่างนี้ครับ
Win8_1_Internet Explorer Default Download Location
ลำดับแรก ให้ท่านคลิกที่รูป ฟันเฟือง ที่มุมด้านขวาของโปรแกรม Internet Explorer 11 ตามด้วยการคลิกที่เมนู View dowloads หรือใช้ Keyboard shortcut : Ctrl + J ก็จะได้ผลลัพธ์เช่นเดียวกัน
Win8_1_01
ที่หน้าต่าง View Downloads – Internet Explorer ให้ท่านคลิกที่ Options ที่มุมด้านล่างซ้ายครับ
Win8_1_02
หน้าต่างต่อมา ให้ท่านคลิกที่ Browse… ตามรูป
Win8_1_05
ในตัวอย่างนี้กำหนดโฟลเดอร์สำหรับเก็บไฟล์ดาน์วโหลดไว้ที่ D:\WebDownload เสร็จแล้วคลิกปุ่ม Select Folder
Win8_1_03
กลับมาที่หน้าต่าง Download Options อีกครั้ง ให้ท่านคลิกที่ปุ่ม OK เป็นอันเสร็จครับ
Win8_1_04
หลังจากนี้ ข้อมูลที่ท่านดาน์วโหลดจากเว็บไซต์ จะถูกบันทึกไว้ที่โฟลเดอร์ D:\WebDownload โดยอัตโนมัติ
แนะนำบทความอื่น ๆ
กำหนดค่าเปิดโปรแกรม-อัตโนมัติ ด้วยเครื่องมือ Task Scheduler สำหรับระบบปฏิบัติการวินโดว์
แบ็คอัพ และ รีเซ็ตพาสเวิร์ด ด้วย Paragon Rescue Kit 14 Free Edition
Read more

03 มิถุนายน 2558

แนะนำวิธีการตรวจสอบความพร้อมของระบบ ก่อนติดตั้งโปรแกรม Microsoft Outlook 2013

,
Install-Outlook 2013-1

Microsoft Outlook เป็นโปรแกรมประเภท Personal Information Management ทำหน้าที่ บันทึกตารางนัดหมาย, จัดตารางการทำงาน, บันทึกรายการผู้ติดต่อ, นัดประชุม, แจ้งเตือน, ค้นหาข้อมูล, รับ-ส่งจดหมาย และในช่วงหลัง ๆ มีการเพิ่มความสามารถด้านความปลอดภัย เข้ามาด้วยเพื่อป้องกันการติดไวรัสจากการรับจดหมาย หรือ คลิกลิงค์ในอีเมล์ครับ ปัจจุบันโปรแกรมนี้เป็นหนึ่งในฟีเจอร์สำคัญของ Microsoft Office หรือหากท่านต้องการจะซื้อแยกต่างหากก็สามารถทำได้ สำหรับเวอร์ชั่นปัจจุบันคือ Microsoft Outlook 2013

 
Outlook2013
 
สำหรับท่านใด กำลังวางแผนจะอัพเกรดโปรแกรมรับส่งอีเมล์ จาก Outlook 2007, Outlook 2010 เป็น Outlook 2013 วันนี้ BBTECH ขออนุญาตแนะนำในส่วนของ สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนติดตั้ง และ ขั้นตอนการติดตั้ง Outlook 2013 ดังนี้ครับ
ลำดับแรก ตรวจสอบเวอร์ชั่นของระบบปฏิบัติการ สำหรับเวอร์ชั่นของระบบปฏิบัติการที่รองรับการติดตั้งโปรแกรม Outlook 2013 มีดังต่อไปนี้ครับ
  • Windows 7 (32-bit or 64-bit)

  • Windows 8 (32-bit or 64-bit)

  • Windows 8.1 (32-bit or 64-bit)

  • Windows Server 2008 R2 (64-bit)

  • Windows Server 2012 (64-bit

วิธีการตรวจสอบเวอร์ชั่นของระบบปฏิบัติการ คลิก-ขวา My Computer เลือก Properties  ตัวอย่างด้านล่างนี้เป็น Windows 8.1 (64-bit) ครับ
  Install-Outlook 2013-2
 
หมายเหตุ
โปรแกรม Outlook 2013 ไม่สามารถติดตั้งบนระบบปฏิบัติการ Windows XP และ Windows Vista ครับ หากท่านพยายามติดตั้งระบบจะแสดงข้อความ Error = “The specified program requires a newer version of Windows.”
 
ลำดับที่สอง ตรวจสอบเวอร์ชั่นของระบบเมล์ Exchange สำหรับเวอร์ชั่นที่รองรับการทำงานร่วมกับโปรแกรม Outlook 2013 มีดังนี้ครับ
  • Exchange 2007
  • Exchange 2010
  • Exchange 2013
วิธีการตรวจสอบเวอร์ชั่นของระบบเมล์ Exchange ให้ท่านกดปุ่ม Ctrl บนแป้นคีย์บอร์ดค้างไว้+คลิกซ้ายที่ไอคอนของโปรแกรม Outlook เวอร์ชั่นปัจจุบันของท่านเอง เสร็จแล้วให้คลิกซ้ายอีกครั้งที่เมนู Connection Status…
Install-Outlook 2013-3
หลังจากนั้นจะมีหน้าต่างโปรแกรม Microsoft Exchange Connection Status แสดงขึ้นมาดังรูปด้านล่าง ให้ท่านเลื่อนไปยังฟิวด์ที่มีชื่อว่า Version ในตัวอย่างนี้หมายเลข Version number ของระบบเมล์ Exchange  = 8.3.192.1
Install Outlook 2013-4
เสร็จแล้วให้นำตัวเลข Version number มาตรวจสอบกับตารางข้อมูล Microsoft Exchange Server Version ด้านล่างนี้ ในตัวอย่างนี้เวอร์ชั่นของระบบเมล์ Exchange คือ Microsoft Exchange Server 2007 SP3 ซึ่งสามารถทำงานร่วมกับโปรแกรม Outlook 2013 ได้ครับ

Microsoft Exchange Server Version

Version number

Microsoft Exchange Server 2000 6.0.4417 or higher
Microsoft Exchange Server 2000 SP1 6.0.4712 or higher
Microsoft Exchange Server 2000 SP2 6.0.5762 or higher
Microsoft Exchange Server 2000 SP3 6.0.6249 or higher
Microsoft Exchange Server 2003 6.5.6944 or higher
Microsoft Exchange Server 2003 SP1 6.5.7226 or higher
Microsoft Exchange Server 2003 SP2 6.5.7638 or higher
Microsoft Exchange Server 2007 8.0.685.24 or higher
Microsoft Exchange Server 2007 SP1 8.1.240.6 or higher
Microsoft Exchange Server 2007 SP2 8.2.176.0 or higher
Microsoft Exchange Server 2007 SP3 8.3.83.0 or higher
Microsoft Exchange Server 2010 14.0.639.21 or higher
Microsoft Exchange Server 2010 SP1 14.1.218.015 or higher
Microsoft Exchange Server 2010 SP2 14.2.247.005 or higher
Microsoft Exchange Server 2010 SP2 RU4 14.2.318.4000 or higher
Microsoft Exchange Server 2010 SP3 14.3.123.004 or higher
Microsoft Exchange Server 2013 15.0.516.032 or higher
Microsoft Exchange Server 2013 SP1 15.0.847.4030 or higher
ลำดับที่สาม ถอนการติดตั้งโปรแกรม Outlook เวอร์ชั่นเก่าก่อนติดตั้ง Outlook 2013 ด้วยเหตุผลสำคัญที่ว่าบนระบบปฏิบัติการหนึ่งระบบ สามารถรองรับโปรแกรม Outlook ได้เพียงเวอร์ชั่นเดียวเท่านั้น ไม่สามารถรันโปรแกรม Outlook สองเวอร์ชั่นบนคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกันได้ครับ สำหรับวิธีถอนการติดตั้งนั้น ยกตัวอย่างกรณีดังนี้ครับ

กรณีที่ 1 ถอนการติดตั้งเฉพาะโปรแกรม Outlook เวอร์ชั่นเก่าเท่านั้น ให้ท่านเปิดหน้าต่าง Control Panel - Programs and Features - คลิกเลือกโปรแกรม MS-Office เวอร์ชั่นที่ท่านใช้งาน – เลือก Change – เลือก Add or Remove Features เพื่อเลือกถอนการติดตั้งเฉพาะโปรแกรม Outlook เวอร์ชั่นเก่า  กรณีนี้นิยมนำมาใช้งานเมื่อท่านต้องการอัพเกรดเฉพาะโปรแกรม Outlook ส่วนโปรแกรมอื่น ๆ เช่น Word , Excel , PowerPoint และ OneNote ยังคงต้องการใช้เวอร์ชั่นเดิม

 Install-Outlook 2013-6

กรณีที่ 2 ถอนการติดตั้งโปรแกรม MS-Office ทั้งเวอร์ชั่น กรณีนี้แนะนำว่าหากท่านไม่มีความจำเป็นต้องใช้โปรแกรม MS-Office เวอร์ชั่นเก่าแล้วให้ท่านถอนการติดตั้งโปรแกรมออกแบบ Complete uninstall   วิธีการ ที่หน้าต่าง Programs and Features ให้ท่านเลือกโปรแกรม MS-Office เวอร์ชั่นเก่า เสร็จแล้วเลือก Uninstall ระบบก็จะทำการถอนการติดตั้งทุก Features ของ MS-Office ให้โดยอัตโนมัติ รวมถึงโปรแกรม Outlook ด้วย ลักษณะนี้นอกจากโปรแกรม Outlook แล้ว โปรแกรมอื่น ๆ เช่น Word , Excel , PowerPoint และ OneNote ยังอัพเกรดเป็นเวอร์ชั่น 2013 อีกด้วย
 
ลำดับที่ 4 การติดตั้ง Outlook 2013
Install-Outlook 2013-8

จากขั้นตอนต่าง ๆ ที่ผ่านมาในข้างต้น ถึงตอนนี้ในส่วนของการเตรียมความพร้อมก่อนติดตั้งโปรแกรม Outlook 2013 เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ. สำหรับในหัวข้อนี้เป็นเรื่องของการติดตั้ง Outlook 2013 ประเด็นที่อยากให้ท่านตัดสินใจก่อนคือ ท่านจะเลือกใช้ Outlook 2013 แบบ 32 Bit หรือ 64 Bit แบบไหนควรเลือกใช้มากกว่ากัน สำหรับบทความนี้แนะนำให้ท่านเลือก Outlook 2013 แบบ 32 Bit เนื่องจากสามารถรองรับการติดตั้งบนระบบปฏิบัติการได้ทั้งแบบ 32 Bit และ 64 Bit อีกประเด็นคือ Outlook 2013,64 Bit มักมีปัญหาในการใช้งานร่วมกับ Add-ins แบบ 32 Bit ครับ

หมายเหตุ
ส่วนของขั้นตอนการติดตั้ง ท่านสามารถดำเนินการไล่เรียงตาม
Wizard ของโปรแกรมได้ครับ หรือ หากท่านใดไม่เคยติดตั้งโปรแกรมมาก่อน สามารถค้นหาวิธีการได้จากเว็บไซต์ ซึ่งมีลำดับขั้นตอนทั้งข้อความและรูปภาพประกอบช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นครับ

 
ลำดับสุดท้าย เปิดโปรแกรม Outlook 2013 หลังติดตั้งเสร็จเรียบร้อย
การเปิดโปรแกรม Outlook 2013 ในครั้งแรก จะใช้เวลาค่อนข้างนาน เนื่องจากในกระบวนการของการเปิดโปรแกรมครั้งแรกนั้น โปรแกรมจะตรวจสอบค่า Setting และออปชั่นต่าง ๆ ของโปรแกรม Outlook เวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ว่าได้กำหนดค่าใดไว้บ้าง เมื่อตรวจสอบเรียบร้อย ก็จะ Migrate ค่าต่าง ๆ เหล่านั้นมาใช้งานบน Outlook 2013 ด้วย ขั้นตอนนี้มีประโยชน์ ช่วยให้ไม่ต้องกำหนดค่า Setting และ ออปชั่นต่าง ๆ ใหม่ตั้งแต่ต้นครับ
 Install-Outlook 2013-9
 
เมื่อมาถึงจุดนี้ เชื่อว่าโปรแกรม Outlook 2013 พร้อมใช้งานเรียบร้อยครับ 
สวัสดีครับ
Read more